เพื่อเอ็มบัปเป้!ชุดขาวเล็งโละเบล

สื่อดังฝรั่งเศส ระบุ แกเร็ธ เบล เป็นนักเตะ เรอัล มาดริด ที่มีโอกาสถูกโละทิ้งมากที่สุด เพราะ “ราชันชุดขาว” อยากได้เงินไปทุ่มซื้อ คีเลียน เอ็มบัปเป้ หัวหอกเนื้อหอม อาแอส โมนาโก

แกเร็ธ เบล ยอดปีกชาวเวลส์ของ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน เป็นนักเตะ “ราชันชุดขาว” ที่มีโอกาสถูกขายทิ้งในช่วงซัมเมอร์นี้มากที่สุด ตามรายงานจาก เลกิ๊ป สื่อชั้นนำเมืองน้ำหอม เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา

คริสเตียโน่ โรนัลโด้, คาริม เบนเซม่า และ เบล ต่างมีข่าวเกี่ยวโยงกับเรื่องย้ายทีมตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา เนื่องจาก “ราชันชุดขาว” ต้องการระดมทุนไปซื้อ คีเลียน เอ็มบัปเป้ หัวหอกดาวรุ่งพุ่งแรงของ อาแอส โมนาโก และล่าสุด เลกิ๊ป ระบุว่า สตาร์ทีมชาติเวลส์วัย 27 ปี เป็นนักเตะที่มีโอกาสถูกโละทิ้งมากที่สุด

ตอนนี้ระบบโทรต่างประเทศที่ไหนถูกสุด pantip สำหรับฤดูกาล 2016-17 ที่ผ่านมา เบล ได้ลงเล่น 27 เกมเท่านั้น และทำได้แค่ 9 ประตู เนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บรบกวน

For more article, please visit เพื่อเอ็มบัปเป้!ชุดขาวเล็งโละเบล.

คู่มวยสะท้านโลกออนไลน์ ลงท้ายสุดคาใจ แฟนกง เมืองมีน!

คู่มวยขวัญใจชาวโซเชียล เสี่ยโป้ เพชรเกษม กับ กง เมืองมีน สุดท้ายแล้ว เจ๊ากันไป ท่ามกลางเสียงปรบมือของแฟนมวยรอบสนาม

เสี่ยโป้ เพชรเกษม(แดง)กง เมืองมีน(น้ำเงิน) กรรมการสุนทร ศรีบัวลาเป็นผู้ห้าม เดิมพัน 5ล้าน ชกยกเดียว4นาที “เสี่ยโป้” มีวัน อยู่บำรุงขึ้นถอดมงคล ส่วนกงมี “เสี่ยเอ๊กซ์” ส.ดำเนิน ถอดมงคลให้ ก่อนชกมีการแนะนำตัวท่ามกลางเสียงกริ๊ดของกองเชียร์ บรรยากาศคึกคักเร้าใจสุดๆ ช่วงไหว้ครูมีกระทืบเท้าและยกเท้าใส่กันเป็นการยั่วอารมณ์ แถมเสี่ยโป้มีผลักอีกต่างหาก

พอกรรมการสับมือชกเสี่ยโป้วิ่งเข้าหาต่อยหมัดปล้ำเข่า ก่อนจะหักกงล้มแล้วเตะตาม กรรมการต้องเบรกเกม กงลุกขึ้นมาเตะขา เสี่ยโป้ปล้ำเข่ากงรัดแน่นๆ ไม่ให้แทงเข่า กงเล็กกว่าหาทางแทงเข่าแต่ไม่ได้อะไร ว่ากันใหม่ กงเตะขาเสียจังหวะเสี่ยโป้ปล้ำเข่ากงรัดเอวหมุนตี กงเตะขาเสียหลักโดนปล้ำ ต้องเลือกหาจังหวะเตะขาก่อนปล้ำเข่า แทงได้เนื้อๆท่ามกลางเสียงเชียร์ เสี่ยโป้โดนแทงไมดีมีอาการหันรีหันขวาง โดนหักล้มแล้วลุกช้า กรรมการสับนับ8 ระฆังหมดยกพอดี กรรมการงงสับมือให้ชกต่อ แต่หมดเวลาไปแล้ว

โทรกลับไทยราคาถูก เสี่ยโป้หมดสภาพนั่งทรุดคาเชือก ส่วนกงเซ็งสุดๆ เพราะเกือบน็อกได้ สุดท้ายกรรมการชูมือให้ทั้งคู่เสมอกัน กงมีน้ำใจนักกีฬาเข้าไปกราบและขอโทษเสี่ยโป้ ท่ามกลางเสียงปรบมือรอบสนาม แต่กองเชียร์ของกงยังเซ็งไม่หายด้าน เสี่ยโป้หายใจทางปากยืนหอบที่มุมพี่เลี้ยงต้องเอาน้ำให้ดื่มและนวดตัวให้ ก่อนจะลงจากเวทีไปพักผ่อนต่อ ขณะที่กงเดินผ่านกองเชียร์ได้รับเสียงปรบมือสนั่นล้อก 4นาทีของการชกสนุกเร้าใจจริงๆ

For related article, please visit คู่มวยสะท้านโลกออนไลน์ ลงท้ายสุดคาใจ แฟนกง เมืองมีน!.

เป๊ปรับเนื้อเต้นกลับเรือใบเตรียมทีมปรีซีซั่น

โจเซป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รับตอนนี้กระสันกลับไปทำงานให้กับต้นสังกัดอย่างมาก เพราะต้องการเตรียมความพร้อมให้กับทัพ “เรือใบสีฟ้า” ในช่วงปรีซีซั่นที่จะเริ่มต้นในเดือนหน้า

โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมคนเก่ง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดใจตนมีความสุขมากๆ กับการใช้ชีวิตในเมืองแมนเชสเตอร์ และตั้งตาคอยที่จะกลับไปทำงานร่วมกับต้นสังกัดในช่วงปรีซีซั่น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับลุยฤดูกาล 2017-18

อดีตเทรนเนอร์ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า และ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิด ใช้เวลา 3 สัปดาห์เพื่อไปพักผ่อนใน นครบาร์เซโลน่า ถิ่นกำเนิดของเขา และตอนนี้เจ้าตัวก็กระสันกลับไปทำงานกับ “เรือใบสีฟ้า” สำหรับการออกทัวร์ปรีซีซั่นที่จะเริ่มต้นในเดือนกรกฎาคมนี้

กุนซือสมองเพชร วัย 46 ปี เปิดใจว่า “ผมมีความสุขในเมืองแมนเชสเตอร์ ในฐานะการเป็นผู้จัดการทีมที่นั่น และนั่นเป็นเหตุผลที่ผมดีใจที่จะได้กลับไปในวันที่ 10 กรกฎาคมนี้ และเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ผมยังคงสนุกกับผลงานเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา”

โลชั่นบำรุงผิว “ถ้าคุณไม่ได้แชมป์ ในช่วงระหว่าง 11 เดือนที่อยู่ด้วยกัน คุณก็ยังคงมีความสุขกับการได้อยู่ร่วมกับทีมสตาฟฟ์ และลูกทีมทุกๆ คนของคุณ รวมทั้งการได้คิดถึงเกมใหม่ๆ ที่กำลังจะเริ่มต้นอีกครั้ง บางครั้งมันก็เกิดเหตุที่คู่แข่งเล่นได้ดี และเอาชนะเราได้ แต่สิ่งที่งดงามก็คือขั้นตอนในการเตรียมทีม และการอยู่อย่างมีความสุข” กวาร์ดิโอล่า ระบุ

Please visit เป๊ปรับเนื้อเต้นกลับเรือใบเตรียมทีมปรีซีซั่น for more article.

“ชนาคุง”ใส่เบอร์ 10 ทำเกมรุกตอนซ้อม

วัสพล ปิ่นทอง ผู้สื่อข่าว นสพ.ฟุตบอลสยาม รายวัน รายงานการเดินทางมาเก็บตัวฝึกซ้อมกับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ทีมระดับ เจ ลีก ญี่ปุ่น ของ “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ยืมตัวมาจาก เอสซีจี เมืองทองฯ 1 ปีครึ่ง ระหว่างวันที่ 20 มิ.ย.-20 ก.ค.นี้ ก่อนที่จะกลับไทยพาทีมใหม่ไปเล่นเกมอุ่นเครื่องกับ เอสซีจี เมืองทองฯ วันที่ 22 ก.ค.60

ล่าสุดเมื่อเวลา 8.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นของญี่ปุ่นที่เร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง) ของวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้เดินทางออกจากที่พัก เพื่อมุ่งไปยังสนามซ้อม มิยาโนซาว่า สเตเดี้ยม เพื่อร่วมซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมชุดใหญ่ในเวลา 09.00 น. ซึ่งเป็นครั้งแรกที่จะซ้อมในเวลาดังกล่าว นับตั้งแต่เจ้าตัวมาอยู่ที่ญี่ปุ่น

สาเหตุของการซ้อมในเวลา 09.00 น. แทนที่เวลา 10.00 น. เหมือนกับทุกครั้ง เพราะว่า ชุนเฮ โยโมดะ กุนซือใหญ่ของ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร จะต้องนำลูกทีมเดินทางออกจากคลับ เฮาส์ ของสโมสรในเวลา 11.30 น. เพื่อไปสนามบินชิโตเซะ จังหวัดฮอกไกโด ในการเดินทางไปสู่จังหวัดชิบะ เพื่อเตรียมทำศึก เจ ลีก ในการเยือน คาชิว่า เรย์โซล ในวันที่ 25 มิ.ย.

อย่างไรก็ตามการฝึกซ้อมเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา ชนาธิป สรงกระสินธ์ เริ่มต้นด้วยการแปบอล จากนั้นได้ให้เพื่อนโยนบอลกระโดดโหม่ง แล้วมายืดกล้ามเนื้อ ก่อนที่จะวิ่งซิกแซกตามฐานต่างๆ แล้วมาเล่นสมอลไซส์เกม ซึ่งเขาอยู่ในชุดทีมสำรอง ทว่าได้ใส่เสื้อเอี๊ยมหมายเลข 10 ในการซ้อมครั้งนี้

โรงแรมสระแก้ว โดยตำแหน่งที่ ชุนเฮ โยโมดะ กุนซือใหญ่ของ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร วางไว้ให้กับเพลเมกเกอร์ทีมชาติไทย คือ เป็นกองกลางตัวรุก ที่สามารถมีอิสระในการทำเกม และขึ้นไปทางซ้าย-ขวาได้ทันที กระทั่งในช่วงของการซ้อมลูกเซ็ตพีทแบบโยนยาวของผู้เล่นตัวจริง “เมสซี่เจ” จึงถูกถอดออกมา เพราะโค้ชต้องการให้แข้งชุดหลักได้เจอกับผู้เล่นที่สูงใหญ่

Please visit “ชนาคุง”ใส่เบอร์ 10 ทำเกมรุกตอนซ้อม for related content.

แฟนผีเฮ!สื่อตีตกลงสัญญาส่วนตัวมาติชได้แล้ว

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสได้ร่วมงานกับลูกทีมเก่าอย่าง เนมานย่า มาติช ห้องเครื่อง เชลซี อีกครั้ง หลังสื่อท้องถิ่นเผย “ปีศาจแดง” ตกลงสัญญาส่วนตัวกับมิดฟิลด์ชาวเซิร์บเรียบร้อย โดยเหลือแค่เจรจราค่าตัวนักเตะกับ “สิงห์บลูส์” เท่านั้น

แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อดังเกาะอังกฤษ รายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมาว่า เนมานย่า มาติช กองกลาง เชลซี แชมป์ พรีเมียร์ลีก บรรลุสัญญาส่วนตัวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ร่วมลีก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือแค่รอให้ 2 สโมสรตกลงค่าตัวกันเท่านั้น

มีรายงานว่า “สิงโตน้ำเงินคราม” บรรลุข้อตกลง 35 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,575 ล้านบาท) กับ อาแอส โมนาโก ในการซื้อ ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ กองกลางตัวรับทีมชาติฝรั่งเศสเรียบร้อย โดยนักเตะจะเดินทางมาตรวจร่างกายในสัปดาห์หน้า ซึ่งส่งผลให้ เชลซี พร้อมไฟเขียว มาติช ย้ายออกจากถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ซัมเมอร์นี้

โทรผ่านเน็ต ด้าน มาติช ต้องการกลับมาร่วมงานกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่กำลังมองหามิดฟิลด์ตัวตัดเกมคนใหม่ อีกครั้งเช่นกัน โดยมีกระแสข่าวว่า “เดอะ สเปเชียล วัน” ติดต่อพูดคุยกับแข้งวัย 28 ปีแล้ว แม้ เชลซี ต้องการค่าตัวถึง 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,800 ล้านบาท) หลังเป้าหมายหลักอย่าง เอริก ดายเออร์ ดาวเตะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ดูจะเป็นเรื่องยากเกินไป เนื่องจาก “ไก่เดือยทอง” ตั้งค่าตัวสูงถึง 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,250 ล้านบาท) เลยทีเดียว

Read related content at แฟนผีเฮ!สื่อตีตกลงสัญญาส่วนตัวมาติชได้แล้ว.

อันโตนิโอโวขุนค้อนเจ๋งพอซิวอันดับ7ซีซั่นหน้า

มิชาอิล อันโตนิโอ มิดฟิลด์ดาวดัง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ลั่น “ขุนค้อน” เจ๋งพอซิวที่ 7 ในฤดูกาลหน้า พร้อมยันฤดูกาลก่อนจบที่ 11 ไม่ใช่ความล้มเหลว

มิชาอิล อันโตนิโอ กองกลางคนเก่งของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แสดงความมั่นใจว่า ต้นสังกัดของตนมีศักยภาพสูงพอที่จะปิดฉากศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลหน้า ที่อันดับ 7

ฤดูกาล 2016-17 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นฤดูกาลแรกในสนามเหย้าแห่งใหม่อย่าง ลอนดอน สเตเดี้ยม พวกเขาจบที่อันดับ 11 ในลีก ซึ่ง อันโตนิโอ มองว่า “ขุนค้อน” มีซีซั่นที่ไม่เลวทีเดียว เพราะมีคะแนนตามหลัง เซาธ์แฮมป์ตัน อันดับ 8 แค่แต้มเดียวเท่านั้น

“มองดูฤดูกาลที่แล้ว ผมไม่คิดว่า เรามีฤดูกาลที่เลวร้ายอะไรเลย เราจบที่อันดับ 11 ตามหลังอันดับ 8 แค่แต้มเดียว ซึ่งคุณไม่สามารถพูดได้หรอกว่า มันเป็นฤดูกาลที่เลวร้าย ทีมชุดนี้มีแคแรคเตอร์มากมาย ฤดูกาลที่แล้วหลายคนพูดถึงการตกชั้น แต่เราไม่เชื่อแบบนั้น”

โรงแรม สระแก้ว “เรารู้ดีว่า เรามีศักยภาพที่จะหลุดพ้นจากโซนอันตรายได้ ซึ่งเราก็อยากจะทำให้ดีขึ้นอีก นั่นคือเป้าหมายของเราสำหรับฤดูกาลหน้า เราเคยจบที่อันดับ 7 ในฤดูกาลก่อนหน้าฤดูกาลที่แล้ว เพราะฉะนั้นเราก็ควรจะมองตรงจุดนั้นอีกครั้ง” ดาวเตะวัย 27 ปี กล่าว

For related article, please visit อันโตนิโอโวขุนค้อนเจ๋งพอซิวอันดับ7ซีซั่นหน้า.

MQDC เน้นวิธีการองค์กรด้าน Well-Being ผลักดันสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้อาศัยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดยเปิดบ้านอัจฉริยะยุคใหม่ “Home Intelligent System”

MQDC ให้ความสำคัญต่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้สุขภาพ และความเป็นอยู่ของผู้อยู่อาศัย ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะเทคโนโลยีการพัฒนาคุณภาพอากาศภายในอาคารที่อยู่ หรือ Indoor Air Quality (IAQ) ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมมักมองข้าม ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) ของ MQDC ได้ค้นคว้าวิจัยและพัฒนาเพื่อส่งเสริมคุณภาพอากาศในอาคาร เพื่อผู้อยู่อาศัยในอาคารทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คุณภาพอากาศในอาคารที่อยู่และในอาคารสำนักงาน ซึ่งปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เป็นปัจจัยหนึ่งในการประเมินคุณภาพอากาศภายในอาคาร และยังมีความสัมพันธ์กับการระบายอากาศ และการนำอากาศบริสุทธิ์เข้ามาในอาคาร ดังนั้นจะเห็นได้ว่าทุกๆ องค์ประกอบมีความเชื่อมโยงกัน และส่งผลต่อสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงานของคนชูระบบ Health & Well-Being features ที่มี ERV หรือ ที่เรียกว่า Energy Recovery Ventilation ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการถ่ายเทหมุนเวียนอากาศที่ดีเข้ามาเพื่อเพิ่มอ๊อกซิเจนในที่อยู่อาศัย ที่จะนำมาใช้ในโครงการวิสซ์ดอม สเตชั่น รัชดา – ท่าพระ จะเป็นโครงการแรกของประเทศไทย และของ MQDC ที่นำระบบ Home Intelligent System มาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยส่งเสริมคุณภาพอากาศภายในที่อยู่อาศัย ลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และช่วยในการตระหนักถึงการใช้พลังงาน ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความสะดวกสบายและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ควบคุมทุกอย่างเพียงแค่ปลายนิ้วสร้างความตระหนักรู้ หมดกังวลด้วยระบบ Energy Measurement Unit หรือ EMU ที่รายงานค่าการใช้พลังงานไฟฟ้า รายวัน รายเดือน และรายปี ให้รับรู้และสามารถวางแผนการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุนรายจ่ายได้ด้วยตนเอง ผ่าน Smart Device ที่คุณมี

บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของและผู้พัฒนาโครงการที่พักอาศัยและมิกซ์ยูสคุณภาพ แบรนด์แมกโนเลียส์ (Magnolias) และวิสซ์ดอม (Whizdom) เปิดตัวระบบการปฏิบัติการ FULLY- INTEGRATED HOME INTELLIGENT SYSTEM FOR WELL-BEING นวัตกรรมบ้านอัจฉริยะที่จะช่วยส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ ความสะดวกสบายของผู้อยู่อาศัยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์แบรนด์ดีเอ็นเอหรือแก่นแท้ของแบรนด์ที่ว่าด้วยเรื่อง ‘Sustainnovation’ อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเปิดตัวนวัตกรรม การบูรณาการ การวัดค่าคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ หรือ Co2 และ ERV หรือ Energy Recovery Ventilation ซึ่งเป็นระบบปรับคุณภาพอากาศในอาคารเป็นรายแรกของไทยเสริมระบบบ้านอัจริยะ (Home Intelligent System) ให้สมบูรณ์แบบในทุกมิติการเอาใจใส่ส่งเสริมให้ลูกบ้านผู้อยู่อาศัย ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น (Well-being) ในทุกด้าน คือหัวใจการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของ MQDC ดังนั้นเราจึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สามารถทำให้ “ชีวิต”ของผู้อยู่อาศัยสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น MQDC ยังพัฒนานวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพของผู้อยู่อาศัยอีกด้วย โดยเฉพาะคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality – IAQ) ซึ่งนับเป็น “ภัยร้าย” ที่แฝงตัวอยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคนผ่านการใช้ชีวิตในห้องปรับอากาศทั้งในเวลากลางวันกลางคืน ทั้งที่ทำงานและที่พักอาศัย MQDC จึงได้นำระบบ Home Intelligent System ที่เน้นการส่งเสริมด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยผ่านการพัฒนาระบบคุณภาพอากาศภายในโดยใช้ ERV หรือ ที่เรียกว่า Energy Recovery Ventilation ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกนวัตกรรมที่เป็นไฮไลท์สำคัญของระบบบ้านอัจฉริยะ ซึ่งช่วยให้เกิดการถ่ายเท หมุนเวียนอากาศที่ดีเข้ามาในที่อยู่เพื่อเพิ่มปริมาณอ็อกซิเจนในห้องปรับอากาศให้เหมาะสมกับปริมาณผู้ที่อยู่อาศัย

ดร.จิตพัต ฉอเรืองวิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (The Research and Innovation for Sustainability Center– RISC) บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) เปิดเผยว่า ซึ่งจากงานวิจัยของหน่วยงานที่เรียกว่า International Centre for Indoor Environment and Energy, Department of Civil Engineering, Technical University of Denmark พบว่าการอยู่ในห้องปรับอากาศ เป็นเวลานานจะส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เนื่องจากในห้องปรับอากาศนั้นจะมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มาจากการหายใจออก การเผาผลาญของร่างกาย ของผู้อยู่อาศัยในห้องเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลต่อร่างกาย โดยส่งผลให้มีอาการเพลีย ง่วงนอน ปวดศรีษะ และเหนื่อยง่าย รวมถึงมีผลต่อการตัดสินใจ และประสิทธิภาพการทำงาน

ขณะที่ ระบบ ERV (Energy Recovery Ventilation) เป็นเทคโนโลยีที่เป็นไฮไลท์สำคัญของ Home Intelligent System โดยระบบ ERV จะทำงานสัมพันธ์กับระบบอื่นๆ ของระบบเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ (Home Intelligent System) จะช่วยถ่ายเทให้ห้องที่เราอยู่มีอากาศที่มีคุณภาพที่ดีขึ้นและมีผลดีต่อสุขภาพ โดยระบบนี้จะตรวจวัดคุณภาพอากาศ (คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ หรือ CO2) ภายในห้องนอนและห้องนั่งเล่นตลอดเวลา หากพบว่ามีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO2 มากกว่าที่กำหนดไว้ ระบบจะทำการเชื่อมโยงอัตโนมัติไปยังเครื่อง ERV เพื่อเติมอากาศจากด้านนอกเข้ามาภายในห้อง และนำอากาศในห้องออกสู่ภายนอกบ้าน/อาคาร จนสภาพอากาศมีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ลดน้อยลงจนเหมาะกับการพักผ่อนที่มีคุณภาพ ปริมาณ CO2 และคุณภาพอากาศภายในอาคาร เป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ เฉลี่ยแล้วคนใช้ชีวิตร้อยละ 90 ในการทำกิจกรรมอยู่ภายในอาคาร ดังนั้นหากอาคารมีการระบายอากาศที่ไม่เพียงพอจะทำให้สารระเหยหรือมลพิษในอากาศสะสมอยู่ภายในอาคารได้รวมทั้งปริมาณ CO2 ที่เกิดจากการหายใจเผาผลาญของร่างกายของผู้ใช้งานอาคาร ก็อาจสะสมจนมีปริมาณมากขึ้นจนกระทบต่อสุขภาพได้

“ทุกวันนี้เราอยู่ในห้องแอร์ปรับอากาศแทบจะตลอดเวลา ทั้งเวลาทำงาน ที่บ้าน ห้องนอน ซึ่งห้องปรับอากาศส่วนใหญ่จะไม่มีระบบอากาศหมุนเวียนจากภายนอกเข้ามา ทำให้เราหายใจเอาอากาศเก่าเข้า

ร่างกายตลอดเวลา ทำให้เรารับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มากกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งในเบื้องต้น ร่างกายจะไม่แสดงอาการอะไรออกมา จนกว่าจะเกิดการสะสมในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ มากมายเช่นความจำเสื่อมของผู้สูงวัย หรือสมองพัฒนาล่าช้าสำหรับวัยเด็ก ฯลฯ” ดร.จิตพัต กล่าวและย้ำว่า หากใครที่ไม่มีระบบ ERV ก็สามารถเติมอ๊อกซิเจนเข้ามาในห้องนอนได้ ด้วยการแง้มประตู กระจก หรือเปิดเครื่องดูดอากาศในห้องนอนให้อากาศจากด้านนอกมีโอกาสไหลเวียนเข้ามาในห้องนอนเพื่อลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง ทั้งนี้ระดับค่าคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นระดับมาตรฐานที่จะมีผลกระทบน้อยต่อสุขภาพคือที่ระดับต่ำกว่า 1000 ppm (1 PPM =1 part per million หรือ 1 1 000 000 ส่วน) ระบบเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ (Home Intelligent System) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ MQDC จะนำมาติดตั้งในโครงการ วิสซ์ดอม สเตชั่น รัชดา-ท่าพระ ที่จะเปิดในช่วงไตรมาส 3 ปี 2561 เป็นโครงการแรก ซึ่งถือเป็นโครงการแรกในประเทศไทย และของ MQDC ที่ติดตั้งระบบพัฒนาคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality -IAQ)

ทั้งนี้ MQDC เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาคุณภาพอากาศภายในอาคารโดยทั้งตัวอาคารและห้องพักในทุกโครงการของ MQDC ถูกออกแบบให้มีอากาศถ่ายเทได้ดี เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้รับอากาศที่มีคุณภาพอย่างเต็มที่ ซึ่ง MQDC ถือเป็น ผู้พัฒนาอสังหาฯ รายแรกเพียงรายเดียวที่ให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาคุณภาพอากาศภายในอาคาร ตอกย้ำกลยุทธ์องค์กรด้าน Well-Being พัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยให้ดีขึ้นในอย่างยั่งยืน

ทางด้าน คุณทรงพล พลรัฐ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (DTGO) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ MQDC กล่าวว่า เรายังมีอีกระบบที่น่าสนใจคือระบบ Energy Measurement Unit หรือ EMU ซึ่งเป็นระบบแสดงผลอัตโนมัติ ผ่าน Smart Devices ต่างๆ ที่รายงานค่าการใช้พลังงานไฟฟ้า รายวัน รายเดือน และรายปี อีกทั้งยังเปิดให้ท่านสามารถตั้งเป้าหมายการใช้พลังงานในแต่ละเดือนได้ด้วยว่า จะจำกัดการใช้พลังงานไว้ที่งบประมาณเท่าไร โดยระบบจะแจ้งเตือนและแสดงให้เห็นปริมาณการใช้พลังงานเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตระหนัก การใช้พลังงานอย่างเหมาะสม และสนุกไปกับการประหยัดการใช้พลังงาน ที่เห็นผลลัพธ์ซึ่งจับต้องได้ในทุก ๆ วัน อีกด้วย

ทางด้านคุณพลณัฏฐ์ เฉลิมวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอโบตรอนส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซี่งเป็นพันธมิตรกับ MQDC ในการร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมรวมทั้งการออกแบบระบบเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ Home Intelligent System เปิดเผยว่า บทบาทหน้าที่ของโอโบตรอนส์คือ การนำงานวิจัยที่คิดค้นได้จากศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (The Research and for Innovation Sustainability Center – RISC) มาดำเนินต่อทำให้เป็นรูปธรรมจับต้องได้อย่างยั่งยืนต่อไป ซึ่งในอนาคตจะมีการพัฒนาและออกแบบระบบและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความสะดวกสบายและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นออกมาอีกมากมายอย่างแน่นอน

ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซด์ www.mqdc.com

Read related article at MQDC ย้ำวิธีการองค์กรด้าน Well-Being หนุนสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมโดยเปิดตัวบ้านอัจฉริยะยุคใหม่ “Home Intelligent System”.

ชาวต่างชาติยังเชื่อมั่นในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เมืองไทย ทริลเลียน โกลบอล กลุ่มทุนสิงคโปร์ ทุ่มเงินกว่า 1,600 ล้านบาท ลงทุนโครงการ ดิ เอส อโศก และ ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์

ทริลเลียน โกลบอล บริษัทด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำจากสิงคโปร์ ซึ่งมีพอร์ตการลงทุนในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในเอเชีย และยุโรป เชื่อมั่นในตลาดอสังหาริมทรัพย์เมืองไทย จับมือ บมจ. สิงห์ เอสเตท ลงทุนต่อเนื่องในโครงการคอนโดที่พัฒนาโดยสิงห์ เอสเตท รวมมูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท

นายวิลเลียม โลค กรรมการผู้จัดการ ทริลเลียน โกลบอล กล่าวว่า “เนื่องจากประเทศไทยมีประสิทธิภาพที่จะเป็นศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคอาเซียน ในขณะที่ราคาอสังหาฯ ในไทยยังมีมูลค่าไม่สูงนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เราจึงมองเห็นโอกาสการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ซึ่งน่าจะสร้างผลประโยชน์ที่ดีได้ในอนาคต ทริลเลียนฯ เริ่มเป็นพันธมิตรกับ บมจ. สิงห์ เอสเตท ด้วยการลงทุนซื้อห้องชุดในโครงการดิ เอส อโศก คอนโดมิเนียม (Big Lot) เป็นที่แรก ใช้เงินลงทุนมูลค่ากว่า 900 ล้านบาท และได้รับผลตอบรับดีมาก หลังจากที่บริษัทฯ ได้นำโครงการฯ ไปโรดโชว์ในหลายๆ ประเทศในแถบเอเชีย อาทิ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน และสิงคโปร์

ล่าสุดเราจึงตัดสินใจลงทุนเพิ่มในโครงการ ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ ลักชัวรี คอนโดมิเนียม โครงการใหม่ของ บมจ.สิงห์ เอสเตท มูลค่าทุนรวม 760 ล้านบาท ในเบื้องต้น โครงการดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนต่างชาติเช่นกัน เนื่องจากโครงการตั้งอยู่บนทำเลแยกอโศก-เพชรบุรี ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติอยู่แล้ว และยังเป็นส่วนหนึ่งของสิงห์ คอมเพล็กซ์ แฟล็กชิป มิกซ์ ยูส ของสิงห์ เอสเตทอีกด้วย”

ด้านนายณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บมจ. สิงห์ เอสเตท กล่าวเสริมว่า “การร่วมทำธุรกิจกับทางทริลเลียน โกลบอล ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญของทางบริษัท ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดและการขายคอนโดของบริษัทฯ ในต่างประเทศ โดยมียอดการขายผ่านทางทริลเลียน ทั้งคอนโด ดิ เอส อโศก และ ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ ทั้ง 2 โครงการ รวม 1,660 ล้านบาท ทั้งนี้จึงส่งผลให้คอนโด ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ ทำยอดขายอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุนได้เกินเป้าที่เราตั้งไว้ โดยปัจจุบัน มียอดจองรวมกว่า 80% มูลค่ากว่า 3,300 ล้านบาท ซี่งเป็นยอดจองจากต่างชาติมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท”

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยมุ่งเน้นการขยายธุรกิจและการลงทุนผ่านการซื้อที่ดินในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงและการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพภายใต้แนวคิด “Best in Class” ควบคู่ไปกับการลงทุน หรือร่วมลงทุนในธุรกิจหรือทรัพย์สินที่มีศักยภาพการก้าวหน้าสูง โดยมีจุดมุ่งหมายคือ การเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์โครงการที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ด้วยความประณีต เพื่อสร้างไลฟ์สไตล์ใหม่ ที่ครบถ้วนทั้งการพักอาศัย พักผ่อน ทำงาน และชอปปิ้ง รวมถึงสร้างการเติบโต และส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ซึ่งจากการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สิงห์ เอสเตทมีสินทรัพย์ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัทย่อย และกิจการร่วมค้า ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ในธุรกิจหลัก 3 ส่วน คือ ธุรกิจอาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก, ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจที่พักอาศัย

The Lighthouse
อาคารสำนักงานซันทาวเวอร์ส
โครงการมิกซ์ยูส สิงห์ คอมเพล็กซ์
ธุรกิจที่พักอาศัย

คอนโดมีเนียม The ESSE Asoke
คอนโดมีเนียม The ESSE at Singha Complex
คอนโดมีเนียม บริเวณ ซ.สุขุมวิท 36
โครงการที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์ Santiburi Residences
โครงการที่พักอาศัยภายใต้ชื่อ Nirvana
ธุรกิจโรงแรม

โรงแรม Santiburi Beach Resort & Spa, Samui
โรงแรม Phi Phi Island Village Beach Resort
กลุ่มโรงแรมในประเทศอังกฤษ 29 แห่ง

Read more post at ชาวต่างชาติยังเชื่อมั่นในธุรกิจอสังหาฯเมืองไทย ทริลเลียน โกลบอล กลุ่มทุนสิงคโปร์ ทุ่มเงินกว่า 1,600 ล้านบาท ลงทุนโครงการ ดิ เอส อโศก และ ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์.

RAND VALLEY PATTAYA บ้านพักตากอากาศในพื้นที่ส่วนตัว จัดหนักจัดเต็มกับโปรโมชั่น GRAND PLUS มอบเฟอร์นิเจอร์-แอร์ ฟรี !! กว่า 1.5 ล้านบาท

GRAND VALLEY PATTAYA บ้านพักตากอากาศซื้อขาย บ้าน ที่ดิน และคอนโดในทำเลที่ตั้งแห่งอนาคต ที่จะเติมเต็มวันพักผ่อนของทุกคนในครอบครัว ให้เป็นวันแห่งความสุข สนุก และอบอุ่น ที่ให้คุณมากกว่าบ้านพักตากอากาศ ภายใต้แนวคิด “Privately Your Own Space บ้านพักตากอากาศ บนพื้นที่ส่วนตัวของคุณ” จัด โปรโมชั่น GRAND PLUS มอบชุดเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินท์พร้อมตกแต่ง และแอร์คอนดิชั่นเนอร์ทั้งหลัง มูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท ตั้งแต่วันนี้-31 สิงหาคม 2560 พร้อมมอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่สนใจจองภายในเดือนสิงหาคม 60 ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนมูลค่ากว่า 2 แสนบาท

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 080-574 5555 หรือ www.grandvalleypattaya.net

Please visit RAND VALLEY PATTAYA บ้านพักตากอากาศในพื้นที่ส่วนตัว จัดหนักจัดเต็มกับโปรโมชั่น GRAND PLUS มอบเฟอร์นิเจอร์-แอร์ ฟรี !! กว่า 1.5 ล้านบาท for more detail.

หอชมเมืองกรุงเทพฯ หนึ่งในโครงการสำคัญของ ICONSIAM ผ่าน EIA แล้ว

หนึ่งในสุดยอดไฮไลท์ของ ICONSIAM ที่ปิดกันอยู่นานนนนน ก็คือ “หอชมเมืองกรุงเทพมหานคร” ซึ่งได้มีการประทับตรา EIA ตั้งแต่ช่วงก.ค.ที่ผ่านมา ตามแผนการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุน
เดิมวางไว้ว่าน่าจะเริ่มช่วงปลายปีที่แล้ว แต่ตอนนี้ต้องมาลุ้นกันหน่อยว่าจะได้เปิดปีนี้มั้ย

จากรายงาน EIA ระบุว่า ขนาดพื้นที่โครงการ 4-3-15.3 ไร่ ประกอบด้วยส่วนชั้นใต้ดินจำนวน 2 ชั้น และส่วนฐานอาคาร (Podium) สูง 4 ชั้น เชื่อมกับหอชมเมืองที่สูง 24 ชั้น รวมๆ แล้วสูงราว 459 เมตร โดยด้านบนหอคอยเป็นที่ประดิษฐ์สถาน สิ่งศักดิ์สิทธิ์, ศูนย์การเรียนรู้, และจุดชมวิว

For related content, please visit หอชมเมืองกทม. หนึ่งในโครงการสำคัญของ ICONSIAM ผ่าน EIA แล้ว.